กลับ

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและผลกระทบต่อแนวปะการัง

แนวปะการังเป็นระบบนิเวศที่มีค่าที่สุดในโลก ซึ่งสนับสนุนและส่งเสริมด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมคิดเป็นเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ เนื่องจากแนวปะการังเป็นทั้งแหล่งอาหาร แนวป้องกันชายฝั่ง และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม

ในปัจจุบัน ระบบนิเวศแนวปะการังทั่วโลกต้องเผชิญกับภัยคุกคามรุนแรงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การทำประมง มลพิษทางบก การพัฒนาชายฝั่งทะเล โรคภัยไข้เจ็บ รวมทั้งการรุกรานของชนิดพันธุ์ต่างถิ่น

ที่ S&J เราใส่ใจต่อความยั่งยืนทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คุณธีระศักดิ์ วิกิตเศรษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส แอนต์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ปราศจากสารเคมีหรือส่วนผสมที่ทำลายแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตทางทะเล”

นักวิทยาศาสตร์พบว่าสารเคมีบางชนิดที่อยู่ในครีมกันแดดและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลายชนิดส่งผลเสียและทำลายแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตทางทะเล ในแต่ละปี มีครีมกันแดดประมาณ 14,000 ตัน ตกค้างอยู่ในมหาสมุทร ซึ่งพบความเสียหายอย่างมากบริเวณแนวปะการังที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว

ศ.ดร.ภญ. มาลิน อังสุรังษี ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท เอส แอนต์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สาร Oxybenzone, Octinoxate, 4-Methylbenzilidene Camphor และ Butylparaben เป็นสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตทางทะเล จากการศึกษาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวทั่วโลกพบว่า ผลิตภัณฑ์ราว 3,500 รายการ มีส่วนผสมของสารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อแนวปะการัง ทั้งนี้ S&J ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยมุ่งมั่นที่จะคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นเป็นอันตรายต่อแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตทางทะเล”

กว่า 40 ปีที่ S&J ได้คิดค้น และพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับพันธมิตรทั่วโลก โดย S&J มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ และมีสาขาในยุโรป สหราชอาณาจักร และเอเชีย เราพร้อมที่จะเสนอโซลูชันแบบครบวงจรสำหรับแบรนด์และผู้ค้าปลีกเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม